โอมาน 0-0 ไทย : ประเด็นน่าสนใจจากเกม เอเชียน คัพ 2023 นัด ช้างศึก โชว์เกมรับขั้นเทพ เตรียมตีตั๋วเข้ารอบ - FEATURE
บอลไทยในสายเลือด 100% - 22 ม.ค. 2024
ยอดการรับชม :
0
โอมาน 0-0 ไทย : ประเด็นน่าสนใจจากเกม เอเชียน คัพ 2023 นัด ช้างศึก โชว์เกมรับขั้นเทพ เตรียมตีตั๋วเข้ารอบ - FEATURE

รายการ: ฟุตบอล เอเชียน คัพ 2023 รอบแรก กลุ่มเอฟ

วันแข่งขัน: วันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม 2567

สนาม: อับดุลลาห์ บิน คาลิฟา สเตเดี้ยม, โดฮา, กาตาร์

ผลการแข่งขัน: โอมาน 0-0 ไทย


นี่คือ "ส่วนหนึ่ง" ของนักเตะที่ไม่อยู่ใน squad ชุดนี้ของไทย : ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา, เอกนิษฐ์ ปัญญา, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล, ปกเกล้า อนันต์, ทริสตอง โด, มานูเอล ทอม บีร์, อดิศร พรหมรักษ์, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา


อย่างไรก็ตาม ยังถือเป็นข่าวดีที่ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี มิดฟิลด์เกมรับจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฟื้นฟิตพร้อมรบ หลังจากเล่นแค่ครึ่งแรกครึ่งเดียวในเกมก่อน


นั่นทำให้ 11 คนแรกในวันนี้ของ อิชิอิ เป็นชุดเดิมจากนัดอัด คีร์กีซสถาน 2-0 ทั้งหมด - ปฏิวัติ คำไหม - ธีราทร บุญมาทัน, เอเลียส ดอเลาะ, พรรษา เหมวิบูลย์, นิโคลัส มิคเกลสัน - พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี, วีระเทพ ป้อมพันธุ์ - บดินทร์ ผาลา, สุภโชค สารชาติ, ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา - ศุภชัย ใจเด็ด



ยากกว่าเกมแรก

โดยศักดิ์โดยศรี โดยประวัติการเจอกันที่ชนะ 5 ครั้งเท่ากัน คงต้องถือว่า โอมาน เหลื่อมกว่า ไทย แค่ "เล็กน้อย" ไม่ได้ห่างกันเหมือนที่อันดับโลก ฟีฟ่า แรงกิ้ง เป็นตัวกำหนด (โอมาน 74 / ไทย 113)



เพียงแต่ความเหนือกว่าเล็กน้อยนั่น ก็นำมาซึ่ง "ความยาก" ที่บรรดาขุนพล ช้างศึก ต้องเจอในวันนี้


โอกาสจบสกอร์ไหลมาเทมาแบบเกมแรก (ยิงรวม 12 ตรงกรอบ 4) ไม่มีให้เห็นอีกในวันนี้


นั่นเพราะ โอมาน มาเล่นแบบใจเย็น นิ่ง แน่นอน เน้นบอลเอาชัวร์ ไม่มีตื่นตระหนกสติแตก พร้อมพยายามหาจังหวะเปิดเกมใส่แนวรับ ไทย อยู่ตลอด


ด้วยการเล่นลักษณะนี้ หลังบ้านช้างศึกจึงจำเป็นต้องเล่นอย่างมีสมาธิเต็มที่ ไม่สามารถเล่นแบบปล่อยหลุด ไม่สามารถสร้างข้อผิดพลาดทั้งแบบทีมและส่วนบุคคลให้เกิดขึ้นได้


ครึ่งแรก อันที่จริง ไทย ยังต่อเกมสู้กับ โอมาน ได้ดี และก็มีจังหวะใกล้เคียงกับการเป็นประตูมากกว่าด้วย กับลูกเตะมุมช่วงนาที 16 ที่ เอเลียส ดอเลาะ ลอยตัวทิ่มเข้าโขกเต็มๆ ไปติดเซฟนายทวารก่อนจะถูกบล็อกเสริมไว้ด้วยตัวคุมเส้น


เชื่อว่าจังหวะนี้ แฟนบอลไทยร้องหา VAR และโกลไลน์กันทั้งประเทศ


แต่ก็ชัดเจนแหละว่าลูกยังไม่ข้ามเส้นแต่อย่างใด




ยากกว่าเกมแรก

โดยศักดิ์โดยศรี โดยประวัติการเจอกันที่ชนะ 5 ครั้งเท่ากัน คงต้องถือว่า โอมาน เหลื่อมกว่า ไทย แค่ "เล็กน้อย" ไม่ได้ห่างกันเหมือนที่อันดับโลก ฟีฟ่า แรงกิ้ง เป็นตัวกำหนด (โอมาน 74 / ไทย 113)



เพียงแต่ความเหนือกว่าเล็กน้อยนั่น ก็นำมาซึ่ง "ความยาก" ที่บรรดาขุนพล ช้างศึก ต้องเจอในวันนี้


โอกาสจบสกอร์ไหลมาเทมาแบบเกมแรก (ยิงรวม 12 ตรงกรอบ 4) ไม่มีให้เห็นอีกในวันนี้


นั่นเพราะ โอมาน มาเล่นแบบใจเย็น นิ่ง แน่นอน เน้นบอลเอาชัวร์ ไม่มีตื่นตระหนกสติแตก พร้อมพยายามหาจังหวะเปิดเกมใส่แนวรับ ไทย อยู่ตลอด


ด้วยการเล่นลักษณะนี้ หลังบ้านช้างศึกจึงจำเป็นต้องเล่นอย่างมีสมาธิเต็มที่ ไม่สามารถเล่นแบบปล่อยหลุด ไม่สามารถสร้างข้อผิดพลาดทั้งแบบทีมและส่วนบุคคลให้เกิดขึ้นได้


ครึ่งแรก อันที่จริง ไทย ยังต่อเกมสู้กับ โอมาน ได้ดี และก็มีจังหวะใกล้เคียงกับการเป็นประตูมากกว่าด้วย กับลูกเตะมุมช่วงนาที 16 ที่ เอเลียส ดอเลาะ ลอยตัวทิ่มเข้าโขกเต็มๆ ไปติดเซฟนายทวารก่อนจะถูกบล็อกเสริมไว้ด้วยตัวคุมเส้น


เชื่อว่าจังหวะนี้ แฟนบอลไทยร้องหา VAR และโกลไลน์กันทั้งประเทศ


แต่ก็ชัดเจนแหละว่าลูกยังไม่ข้ามเส้นแต่อย่างใด



ครึ่งหลังที่น่าอึดอัด

ครึ่งแรก ไทย ยังสู้ได้แบบสูสี และโอกาสลุ้นสกอร์ดูใกล้เคียงกว่า


แต่ครึ่งหลัง จัดเป็นหนังคนละม้วน


โอมาน เอาบอลไปทำเกมบุกเข้าใส่แทบจะฝ่ายเดียว จนสถิติเมื่อจบเกมบอกว่า โอมาน ครองบอลสูงถึง 70% ส่วน ไทย ก็แค่ 30% ที่เหลือ


อย่างไรก็ตาม ในการทำเกมป้วนไปเปี้ยนมาหน้าเขตโทษ เอาเข้าจริง โอมาน ก็ไม่ได้สร้างโอกาสทองให้ตัวเองจะสามารถเป็นผู้ชนะเกมนี้แบบเบ็ดเสร็จได้แต่อย่างใด -- ยิงรวม 6 ตรงกรอบ 1 แค่นั้น


จังหวะหวาดเสียวสุดในเกมของ โอมาน คือช่วงนาที 74 ลกฟรีคิกสาดขึ้นข้างหน้าโดยที่มีนักเตะโอมาน 4 รายพร้อมพุ่งเข้าชาร์จ แต่ก็เป็น ปฏิวัติ คำไหม ยืดมือปัดทิ้งได้ก่อน


ดังนั้นแม้จะเป็นครึ่งหลังที่น่าอึดอัดของไทย


แต่ก็ใช่ว่า โอมาน จะอ้างได้ว่าพวกเขาสมควรชนะนัดนี้



2 นัด 2 คลีนชีต

นัดแรกชนะ คีร์กีซสถาน 2-0 เป็นสถิติชนะนัดเปิดหัว เอเชียน คัพ หนแรกของ ไทย


มาเกมนี้แม้ไม่ชนะ จบ 0-0 แต่ก็เป็นสถิติใหม่เช่นกันว่า ไทย ทำคลีนชีตไม่เสียประตูจากการลงเล่น เอเชียน คัพ 2 นัดแรก ได้เป็นครั้งแรกสุดในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว


เครดิตแรกสุด แน่นอนต้องเป็นของ มาซาทาดะ อิชิอิ และทีมงานสตาฟฟ์โค้ช


ถัดมา ก็คือบรรดาขุนพลแนวรับ ตั้งแต่นายประตู ปฏิวัติ คำไหม จอมหนึบวัย 29 จาก ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด


ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายกัปตันทีม จาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด


เอเลียส ดอเลาะ เซนเตอร์เชื้อสายสวีเดน จาก บาหลี ยูไนเต็ด


พรรษา เหมวิบูลย์ จอมเก๋าวัย 33 จาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด


นิโคลัส มิคเกลสัน แบ็กขวาลูกครึ่ง ไทย-นอร์เวย์ จาก โอบี โอเดนเซ่


เช่นเดียวกัน คู่มิดฟิลด์ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี - วีระเทพ ป้อมพันธุ์ ก็มีส่วนสำคัญยิ่ง ไปจนถึงตัวรุกรายอื่นๆ ถ้าละเลยในการช่วยเกมรับเสียแล้ว ก็คงทำสถิตินี้ไม่สำเร็จเหมือนกัน



เข้ารอบแน่ แม้ยังไม่การันตี

4 แต้มจาก 2 นัดแรก นี่คือสิ่งที่ ไทย คาดหวังเอาไว้แต่แรก...แบบมองโลกในแง่ดี


นาทีนี้ มันเกิดขึ้นจริงแล้ว และกำลังจะพาให้ ไทย ลิ่วเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้าย เอเชียน คัพ เป็นหนที่ 2 ติดต่อกัน


หากไม่มีอะไรผิดพลาด ซาอุดีอาระเบีย คงจะผ่าน คีร์กีซสถาน ได้ไม่ยากเย็นในคู่ดึก และนั่นจะทำให้ ซาอุฯ เข้ารอบทันทีด้วยการมี 6 แต้ม ตามด้วย ไทย ซึ่งจ่อมากๆ ที่ 4 แต้ม ที่เหลือเป็น โอมาน 1 และ คีร์กีซสถาน 0


หากผลออกตามคาดทรงนี้ ก็สบายๆ ได้กับนัดสุดท้าย ที่เมื่อ ซาอุฯ เข้ารอบแล้ว ก็อาจส่งสำรองลงยืดเส้นยืดสาย พักตัวหลักไว้รอเล่นน็อกเอาต์


ดีไม่ดี จะเป็นโอกาสให้ ไทย คว้าชัยแซงยึดแชมป์กลุ่มเอา ก็...เป็น...ได้...